ก่อนที่เราจะลาจากกันไป สำหรับการท่องเที่ยวในแดนไกลนี้
 
ขอพาเพื่อนๆ มาพบกับ "10 อันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมใน สวีเดน" กันค่ะ
 
พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว.. ก็มาลุยกันเลยยย !!
 
 
 
1. สตอกโฮล์ม สวีเดน

จะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน เมืองเก่าของสตอกโฮล์มนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อนๆ จะต้องรู้สึกสนุกกับการเดินสำรวจถนนแคบๆ หลายสาย และชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Vasamuseet) เรือรบขนาดใหญ่ที่จมตั้งแต่ออกเดินเรือครั้งแรกในปี 1628 และวิธีกู้เรือจากอ่าวสตอกโฮล์มด้วยค่ะ
 
 
 

2. โกเธนเบิร์ก สวีเดน

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสวีเดน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทั้งบนผืนแผ่นดินและในทะเล มีพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมโลก เพื่อนๆ สามารถเดินชมตลาดปลาเฟสเคคอร์กา (Feskekôrka) ซึ่งมีข้าวของแปลกตามากมาย หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชมโอเปร่า ต้องไม่พลาดที่ โกเธนเบิร์ก โอเปร่า เลยค่ะ
 
 
 
 
3. มัลโม สวีเดน

Malmö คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสวีเดน และเป็นที่ตั้งต้นของสะพานซึ่งเชื่อมประเทศสวีเดนไปยังเดนมาร์กค่ะ เมืองนี้ครั้งหนึ่งเคยมีอุตสาหกรรมตั้งอยู่จำนวนมาก แต่ในปัจจุบันมีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยและอาคารต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ^^
 
 
 

 4. วิสบี สวีเดน
 
ทุกๆ เดือนกันยายน เมืองนี้เค้าจะจัดสัปดาห์ยุคกลาง มีการแต่งกาย งานเลี้ยงและการต่อสู้ระหว่างอัศวินบนหลังม้าแบบตั้งเดิมแท้ๆ ค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้มาในช่วงเดือนกันยายน ก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศเมืองเก่า และโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 13 นะคะ เรียกได้ว่า มาไม่เสียเที่ยวเลย
 
 
 

 5. แยฟเลอ สวีเดน
 
ทิวทัศน์ที่สวยงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติของเมืองแยฟเลอ ( Gävle ) ที่เพื่อนๆ จะสามารถสัมผัสถึงเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้สีสันสดใส จนถึงทะเลสาบหลายแห่ง ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตกลางแจ้ง ก็หนีไม่พ้น การตกปลาและพายเรือแคนูค่ะ
 
 
 

 6. อุปซอลา สวีเดน
 
ที่นี่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอุปป์โซลา สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของสวีเดนด้วยค่ะ มีโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดนและปราสาทอุปซอลาอันโอ่อ่า ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เมืองนี้มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมายเพราะทั้งมีร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ ร้านกาแฟ เป็นต้นค่ะ
 
 
 

 7. นักกา สวีเดน
 
ที่นักกา (Nacka) นักท่องเที่ยวจะพบกับสิ่งที่ดีที่สุดจากวิถีชีวิตสองแบบ ทั้งชนบทอันสวยงามสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และเมืองขนาดใหญ่ใกล้กันที่เต็มไปด้วยผู้คนค่ะ ด้วยการเดินทางง่ายๆ จากสต็อกโฮล์ม ทำให้นักกาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดสัปดาห์ยอดนิยมสำหรับชาวสต็อกโฮล์ม โดยเฉพาะในช่วงฤดูการเล่นสกี
 
 
 

 8. ฟาลุน สวีเดน
 
เดิมที ฟาลุน (Falun) เป็นเมืองที่สร้างขึ้นรอบเหมืองทองแดง ปัจจุบันที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง และสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้อีกแห่งคือ Great Pit ที่ลึก 95 เมตร ซึ่งเกิดจากการยุบตัวในเหมืองในปี 1687 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับงานประเพณีมากมาย รวมทั้งการแข่งขันสกีแบบสวีเดน งานสังสรรค์ฟาลู และการล่องเรือฟาลูค่ะ
 
 
 

 9. ลินเชอปิง  สวีเดน
 
ลินเชอปิง  (Linköping) เป็นเมืองใหญ่ที่ให้บรรยากาศความเป็นเมืองเล็ก ที่นี่มีทุกอย่างตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ เมืองและอาคารยุคกลางไปจนถึงที่ราบชนบท ทะเลสาบ และลำคลอง การปั่นจักรยานเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมสำหรับเที่ยวรอบเมืองที่นี่เลยค่ะ
 
 
 

 
10. คีรูนา สวีเดน
 
มาถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายแล้วค่ะ สำหรับ สวีเดน
กิจกรรมมากมายให้เพื่อนๆ ได้ทำในคีรูนา โดยเฉพาะผู้ที่มองหาการผจญภัยกลางแจ้งและผู้รักชีวิตในเมือง ด้วยระยะทางที่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล คีรูนาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์ในฤดูหนาวสำหรับการเล่นสกี สโนว์บอร์ด ตกปลาน้ำแข็ง และกระโดดสโนว์โมบิล ที่ตั้งของเมืองช่วยให้มีแสงอาทิตย์ตลอดเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม และที่นี่เพื่อนๆ ยังสามารถเดินทางไปยังเคบเนไคเซอซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในสวีเดนได้สะดวกอีกด้วยค่ะ
 
 
เป็นยังไงบ้างคะ.. ประเทศนี้มีเสน่ห์อย่างที่เคยเล่าให้ฟังมั๊ยคะ
 
แต่ภาพส่วนใหญ่ที่เอามาให้เพื่อนๆ ชมกัน เป็นช่วงฤดูร้อนนะคะ เลยไม่มีหิมะ เพราะถ้าเอาหน้าหนาวมา กลัวจะไม่เห็นความสวยงามของแต่ละเมืองค่ะ เพราะจะขาวเหมือนกันหมดเลย :)
 
เรามีโอกาสได้สัมผัสกับความสวยงามนี้แค่ 2 เมืองเองค่ะ คือ Falun และ Stockholm ยังไงก็ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Tripadvisor นะคะ 
 
 
ความสวยความครั้งหนึ่งของการเดินทาง คือความทรงจำที่เราไม่เคยลืมเลือน ^^

 

Falu Gruva

posted on 11 Feb 2013 17:09 by mumunoii

 

Hej! Hej! ขอทักทายเพื่อนๆ ชาว exteen เป็นภาษาสวีเดนหน่อยค่า ^^

วันนี้กลับมาพร้อมการเดินทางในเรื่องต่อไป ของดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนกันต่อค่ะ

คราวที่แล้วเราได้ไปบุกป่าของเมือง Falun กันมาแล้ว คราวนี้จะพามาดูเหมืองทองแดง ที่ถือว่าเป็นเศรษฐกิจหลักของที่นี่กันค่ะ

ผู้คนหลายเชื้อชาตินิยมเข้าเที่ยวชมที่นี่ค่ะ เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมือง เราสามารถขี่จักรยาน หรือเดินมาก็ได้ แต่เราขอแนะนำให้เดินดีกว่านะคะ เพราะจะได้ชมบ้านเรือน ร้านอาหาร และบรรยากาศระหว่างทางมาเรื่อยๆ รวมทั้งเวลาที่เราเดินเหยียบบนกรวดหินตามทางเดิน รู้สึกเหมือนได้นวดเท้าไปในตัวเลยค่ะ ^^

 

 

 เหมืองทองแดงที่กว้างและลึกมากๆ ค่ะ เค้าเปิดโอกาสให้สามารถเดินลงไปชมได้นะคะ เห็นอย่างนี้อย่าคิดว่าใกล้ๆ นะคะ ลงไปเป็นชั่วโมงเลยล่ะค่ะ เพราะมันมีอุโมงค์ให้เราลอดเข้าไปข้างในอีกด้วย

 

 

 

 

 

มาดูบรรยากาศรอบๆ บริเวณเหมืองกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 ท้องฟ้าสวยมั๊ยคะ ^^ มองขึ้นไป รู้สึกเหมือนเราอยู่ใกล้ท้องฟ้ามากๆ เลย

 

 

 

รูปปั้นคนงานเหมืองค่ะ

 


สัญลักษณ์และป้ายเหมืองทองแดงของ Falun ค่ะ ^^

วันนี้อาจจะหนักไปด้วยภาพสักหน่อยนะคะ อิอิ ><

เป็นยังไงคะ เริ่มหลงเสน่ห์ของเมืองนี้กันหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ความเป็นอยู่ และการดำรงชีวิตของคนที่นี่ ขอบอกว่า ถ้ามีโอกาสได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่ง จะต้องเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความประทับใจจริงๆ ค่ะ :)

 

บุกป่าเมือง Falun

posted on 01 Feb 2013 16:46 by mumunoii

 

ทักทายวันศุกร์ที่แสนเหนื่อยล้าค่ะ ใครที่กำลังง่วงหงาวหาวนอนกันบ้างเอ่ย

วันนี้เราจะไปบุกป่า ของเมือง Falun Sweden แก้ง่วงกันค่ะ


ที่สวีเดนมีพื้นที่ป่าไม้ มากถึง 70-80 % ของประเทศทีเดียวค่ะ อากาศก็แสนจะสดชื่น ถึงแม้ว่าบางวันอากาศเย็นๆ จะเข้ามากระทบจมูกของเรา ให้ต้องรู้สึกหนาวๆ ไปบ้าง

แต่ขอบอกว่า ช่างเป็นอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ ค่ะ

ป่าที่นี่อาจจะไม่ต้องออกไปไกล แค่ออกนอกเมืองไปหน่อย ก็เจอป่าเล็กๆ แล้วล่ะค่ะ

 

คนที่นี่มักจะชอบออกจากบ้าน เพื่อมาเดินออกกำลังกายกันเป็นประจำค่ะ ยิ่งหน้า summer แบบนี้แล้ว ผู้คนที่นี่มักไม่ค่อยอยู่กับบ้าน จะพากันออกมาเดินพักผ่อน ครอบครัวก็จะพาลูกพาหลานออกมาเดินสัมผัส และเรียนรู้ธรรมชาติค่ะ

 

เดี๋ยววันนี้ เราจะพาไปเดินชมป่าไม้ของสวีเดนกันค่ะ

 

 

นี่ค่ะ ป่าประเทศสวีเดน อากาศดีมากๆ จะมีทั้งทึบ ป่าโปร่ง แล้วแต่สภาพภูมิประเทศในบริเวณนั้น

เห็นป่าแบบนี้แล้ว กลัวสัตว์ดุร้ายกันมั๊ยคะ ที่นี่ก็จะมีสัตว์ตัวใหญ่ๆ เหมือนกันค่ะ อย่างเช่นหมี กวาง แต่ก็ต้องอยู่ในป่าใหญ่และลึกๆ จริงๆ ค่ะ ถึงจะเจอ

ถ้าเป็นสัตว์เล็กหน่อย อย่างเช่น กระต่าย หมาป่า กระรอก ก็มีให้เห็นทั่วไปค่ะ จะออกมาตากแดด หาอาหารกินกัน สำหรับคนที่กลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ขอบอกว่าที่นี่ งูของเค้าไม่มีพิษค่ะ ตัวที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ถึงจะโดนกัด แต่ก็ยังสามารถมาโรงพยาบาลได้ค่ะ ไม่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ซึ่งเราก็มีโอกาสได้เจองูครั้งหนึ่งค่ะ ก็ไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ เพราะ ได้ยินมาบ้างแล้วว่า งูที่นี่ไม่มีพิษ.. แต่ถึงยังไงเราก็ยังตกใจอยู่ดี จริงมั๊ยคะ ><

จริงๆ ตั้งใจจะถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ แต่มันดันเลื้อยหนีซะก่อน.. อดเลยย !!

 

 

ป่าไม้ก็สวีเดน จะมีผลไม้ป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หน้าตาลูกเล็กๆ สีน้ำเงิน เพื่อนๆ ดูออกมั๊ยคะ.. ว่าคืออะไร ??

มันคือ “บลูเบอร์รี่” ค่ะ หรือถ้าเป็นภาษาสวีเดน จะเรียกว่า “โบล์แบร์ ( blåbär )” หรือที่แปลว่า ผลไม้ป่า สีน้ำเงินค่ะ

 

รสชาติจะหวานๆ เปรี้ยวๆ ค่ะ เราเด็ดทานได้ตามสบายเลย ><

 

นี่ค่ะ เราขึ้นป่ามาด้วยรถคันนี้ ^^

 

ที่เห็นอยู่นี้คือ เครื่องเล่นเกมส์แข่งขันของคนที่นี่ค่ะ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่หน้าตาก็จะเป็นประมาณนี้ค่ะ เหมือน..สไลเดอร์ ><

 

รูปสุดท้ายสำหรับวันนี้ ถ่ายจากมุมสูงมาฝากกันค่ะ อยากจะบอกว่า จากมุมนี้ เราสามารถมองไปเห็นถึง centrum หรือก็คือภายในเมืองนั่นเองค่ะ ^^

 

 

ไม่ได้มาอัพเดท blog หลายวันเลยยย !! วันนี้ฤกษ์งามยามดี จึงอยากพาเพื่อนๆ ไปท่องเที่ยวที่ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนกันต่อค่ะ ^^

ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่และบ้านเรา ค่อนข้างจะต่างกัน ส่วนมากแล้วจะอยู่กันแบบครอบครัวเล็กๆ

เด็กอายุ 17 ปี ก็เริ่มแยกจากพ่อแม่ไปอยู่บ้านเช่าแล้วล่ะค่ะ เด็กที่นี่จะเป็นเด็กที่มีความกระตือรือร้นและกล้าแสดงออก ไม่ค่อยเจอเด็กที่ร้องไห้งอแงเลย ><

กฎหมายของสวีเดนค่อนข้างจะรุนแรงในเรื่องเกี่ยวกับเด็ก และความปลอดภัย

อย่างถ้าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก แต่ละครอบครัวเค้ามักจะมีลูกเมื่อพร้อมแล้วเท่านั้น เพราะที่นี่เด็กต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองเป็นอย่างดี เค้าจะมีเวลากำหนดว่า หลังจากเวลานี้ๆ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ห้ามออกจากบ้านโดยลำพัง หากไปเจอว่าเด็กอยู่เพียงลำพัง พ่อและแม่จะถือว่าทำผิดกฎหมายค่ะ

บัตรประชาชนและใบขับขี่ของที่นี่เค้าแพงมากๆ ใบขับขี่กว่าจะได้มาสักใบนึง ต้องเสียเวลาไปเรียนเกือบปีได้เลยนะคะ จะไปฝึกขับเองเหมือนบ้านเราก็ไม่ได้ เรียกได้ว่า เป๊ะ ! สุดๆ ค่ะ และราคาก็แสนแพง และหากทำผิดกฎทางจราจร ก็จะโดนยึดใบขับขี่นานทีเดียว นี่ก็น่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งค่ะ ที่ผู้คนไม่นิยมขับรถยนต์กันสักเท่าไร ส่วนรถที่แล่นๆ กันอยู่บนถนน ก็ค่อนข้างจะขับเร็วนะคะ แต่เค้าขับแบบมั่นใจจริงๆ เคารพกฎอย่างเคร่งครัด มอเตอร์ไซต์ต้องใส่หมวกกันน็อคตลอด รถยนต์ขึ้นปุ๊บต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทันทีค่ะ ไม่ว่าจะนั่งข้างหน้าหรือข้างหลัง

 

 

ปั๊มน้ำมันบ้านเราเป็นยังไงคะ ??

เด็กปั๊มกี่คน..

สำหรับที่นี่ เค้าถือว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรคนในการทำงาน ปั๊มน้ำมันของที่สวีเดนจึงเป็นแบบให้เราบริการตัวเอง อยากเติมเท่าไหร่ ก็ออกมากดๆ จ่ายเงิน ตามสะดวกเลยค่ะ ^^

ไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกันบ้าง เคาร์เตอร์คิดเงินเท่าที่เห็นจากหลายๆ ห้าง ไม่น่าจะมีเกิน 5 แถว เวลาเราไปซื้อของ ต้องหยิบถุงผ้า หรือจะเป็นถุงพลาสติกไปจากบ้าน เพราะเมื่อจ่ายเงินเสร็จ เค้าไม่มีถุงให้เรานะคะ หากลืมเอาไป ถ้าซื้อน้อยก็ถือเอา แต่ถ้าซื้อเยอะ ก็ต้องซื้อถุงใหม่ค่ะ เหมือนเป็นการประหยัดทรัพยากร เป็นวิธีลดโลกร้อนที่ดีเลยค่ะ ^^

 

เสียดายที่ไม่ค่อยมีรูปสวยๆ มาฝากค่ะ >< แต่แต่ละเรื่องราว มันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ที่ถึงแม้บางอย่างจะไม่มีรูปถ่าย แต่เราก็จำไม่มีวันลืม..

แล้วมาติดตามเรื่องราวที่จะเอามาฝากกันในครั้งต่อไป.. ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุขในทุกๆ วันของการเดินทางนะคะ ^^

Falun Sweden

posted on 21 Jan 2013 17:09 by mumunoii

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเดินเข้าไปในเมืองที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยสัมผัส ไม่รู้จักผู้คน ภาษา และที่สำคัญ!! เวลาที่เราเดินไปคนเดียว

แต่สำหรับที่นี่ เราไม่ต้องกลัวว่าใครจะเข้ามาทำร้ายเรา ผู้คนดูเป็นมิตรมากๆ

เมืองที่จะพาไปเที่ยวกัน คือเมือง Falun เดินทางจาก Stockholm เมืองหลวง ประมาณ 3 ชั่วโมงได้ค่ะ

 

ร้านค้า ร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายอยู่นี้ ถ้าเป็นวันธรรมดา 6 เย็นก็จะปิดแล้วค่ะ

แต่ถ้าเป็นวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ ถ้าไปช้ากว่า 4 โมงเย็น ในเมืองก็เงียบหมดแล้ว

 

 

เหตุผลที่ทำให้ประเทศสวีเดนอากาศดี น่าอยู่ ไม่มีมลภาวะ นอกจากจะเป็นเพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นป่าไม้แล้ว.. แต่อีกสาเหตุหนึ่ง ก็เพราะว่า ผู้คนที่นี่นิยมใช้การเดิน หรือขี่รถจักรยานกัน เค้าถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากๆ 

ผู้คนที่นี่เค้าถึงมีอายุยืนกันสุดๆ ค่ะ

 

เค้ามีทางไว้สำหรับจักรยานโดยเฉพาะเลยล่ะ

 

 

 

 

 

รถบัสที่จอดเป็นเวลา ยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปนั่งเลยค่ะ.. เสียดายจัง ^^

 

เดินสังเกตถนนภายในเมือง จะมีทางม้าลายมากมายไว้สำหรับคนเดินข้าม.. ผู้คนสามารถข้ามได้ โดยไม่ต้องกลัวรถชนเลยค่ะ เพราะเมื่อเราเดินมาถึงทางม้าลาย รถทุกคันจะหยุด รอให้เราเดินข้ามไปก่อนโดยอัตโนมัติ มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ^^